การแบ่งแยกความหมายภายในการเกาะติดข่าวการเมือง

ถ้าหากว่าผู้ติดตามข่าวในยุคปัจจุบันไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ความจริงแล้วกระแสการเมืองเกิดขึ้นจากปัญหาใด และมีการส่งเสริมยุแย่ให้เกิดเป็นสงครามขึ้นมา นั่นหมายถึงไม่ได้เกิดจากความเข้าใจถึงเหตุการณ์ความเป็นจริง ของผู้ที่ติดตามและผู้ที่อยู่เบื้องหลังโดยแท้ ถึงแม้ว่าจะมีกระแสการติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ความคิดเห็นของคนก็ย่อมที่จะแตกต่างกันออกไป มีเข้าใจถูกต้อง และไม่เข้าใจถูกต้อง เห็นผลประโยชน์ส่วนรวม และผลประโยชน์ที่แตกต่างในรูปแบบส่วนตน จึงเป็นเหตุให้เกิดกรณีการแตกแยกของกลุ่มคน และรวมตัวกันเข้าพรรคเข้าฝ่าย จนกลับเป็นกลุ่ม ๆ หนึ่งที่ออกมาต่อต้าน เพราะว่าส่วนหนึ่งคือติดตามข่าวสารโดยเฉพาะข่าวการเมืองในสมัยนี้ ที่มีขึ้นมีลง ข่าวการเมืองวันนี้มีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ส่งผลร้ายให้เกิดกรณีที่ไม่คาดหวังพร้อมทั้งยากจะแก้ไขนั่นเอง

ข่าวการเมือง

และถึงแม้ผู้คนจำนวนมากมักจะหลีกเหลี่ยงเกี่ยวกับกระแสการเกาะติดข่าวการเมืองในปัจจุบัน แต่ถึงจะอย่างไรข่าวการเมืองก็ยังคงมีที่มาที่ไป ว่าจะต้องมีการนำเสนอและเผยแพร่ข่าวอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่บางครั้ง ข่าวการเมืองที่ว่า ก็อาจทำให้ใครต่อใครหลากหลายคน เกิดสภาวะเครียดพร้อมทั้งกดดันเป็นอย่างมากมาย หากมีการติดตามกระแสข่าวการเมืองมากเกินไป จนไม่สามารถแยกแยะออกได้ในระหว่างข่าวกับเรื่องจริง แต่ส่วนหนึ่งของการเกาะติดข่าวการเมืองของคนไทยส่วนมาก อาจจะมาจากความชื่นชอบเฉพาะตัวเกี่ยวกับทางด้านการเมืองโดยตรง และที่หนักหนาไปมากกว่านั้นคือ ข่าวการเมืองส่วนใหญ่มักจะส่งเสริมให้ผู้เกาะติดข่าว ได้เข้าพรรคเข้าฝ่ายกับฝ่ายที่ตนเองเลือก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เกาะติดข่าวส่วนใหญ่อาจต้องใช้วิจารณญาณและดุลพินิจเป็นอย่างสูงเลยทีเดียว